top of page

เทคนิคสอบติด BC TU รอบ Portfolio ! เกณฑ์คะแนน และสิ่งที่ต้องรู้ก่อนยื่นคะแนน

Updated: Nov 17, 2023



Business Communication (BC) คือ คณะการสื่อสารเชิงธุรกิจ ภาคอินเตอร์ของคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นอีกหนึ่งคณะมาแรง เหมาะกับน้อง ๆ ที่มีความสนใจทั้งภาษาและธุรกิจ เพราะมีหลายภาษาให้เลือกเรียนเลยค่ะ ทั้งภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี และในบล๊อกนี้พี่แน๊ตจะพาทุกคนมาเก็บเทคนิคปั้น Portfolio ให้ปัง ถ้าพร้อมแล้ว ไปลุยกันเลยค่ะ


 
BC มีกี่สาขา?

Business Communication (BC) แบ่งออกเป็น 4 สาขา ดังนี้

  • ภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจ (Business English Communication)

  • ภาษาจีนเชิงธุรกิจ (Business Chinese Communication)

  • ภาษาญี่ปุ่นเชิงธุรกิจ (Business Japan Communication)

  • ภาษาเกาหลีเชิงธุรกิจ (Business Korean Communication)

2 Check ต้องรู้ก่อนสมัคร BC

น้อง ๆ หลายคนที่อยากเข้า BC แต่ยังไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี พี่แน๊ตแนะนำทำตามนี้เลยค่ะ

  1. Check ว่าตัวเราอยากเข้าสาขาไหน

เพราะว่ารายละเอียดการยื่นคะแนนของแต่ละสาขาจะมีความแตกต่างกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ค่ะ และถ้าหากน้อง ๆ รู้แล้วว่าตัวเองอยากเรียนคณะ BC ในสาขาไหน หลังจากนั้นไปต่อข้อที่ 2 เลยค่ะ


2. Check Requirement ( Update ล่าสุด)


Requirement หรือ เกณฑ์คะแนนของคณะ สิ่งนี้สำคัญมาก ๆ เลยค่ะ เพราะในแต่ละปีอาจจะจะมีการปรับใหม่ ดังนั้นเราต้องหาข้อมูลให้เรียบร้อย เตรียมเอกสารให้พร้อม เก็บคะแนนให้ถึง เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะสามารถยื่นสมัครได้ และด้านล่างนี้คือเกณฑ์คะแนนฉบับล่าสุด 2023 ที่พี่แน๊ตรวบรวมมาให้แล้วค่ะ

  1. เกรดเฉลี่ย

  • GPAX 3.00 ขึ้นไป (4-6 เทอม)

  • หรือ GED ขั้นต่ำ 600 (ต้องมีคะแนน ≥ 145 ทุกวิชา)

2. ผลการสอบวัดคะแนนภาษาอังกฤษ (English Test) สามารถเลือกสอบได้และอายุผลสอบไม่เกิน 2 ปี

  • Sat ขั้นต่ำ 350

  • IELTS ขั้นต่ำ Band 6

  • TU-GET CBT ขั้นต่ำ 61

  • TU-GET PBT ขั้นต่ำ 600

  • TOEFL IBT ขั้นต่ำ 61

3. แฟ้มผลงาน Portfolio

4. การสอบสัมภาษณ์ออนไลน์ (Online Interview)

  • English major สัมภาษณ​์เป็นภาษาอังกฤษ

  • Japanese, Chinese, and Korean majors สัมภาษณ​์เป็นภาษาอังกฤษ และภาษาที่สาม

สำหรับผู้ที่ยื่นสาขา​ Chinese, Japanese, Korean


5. คะแนนสอบของภาษาที่ 3 (Third language test results) โดยที่ผลสอบไม่เกิน 2 ปี

  • ภาษาจีน Chinese - HSK ขั้นต่ำ Level 2

  • ภาษาญี่ปุ่น Japanese - JLPT ขั้นต่ำ Level N4

  • ภาษาเกาหลี Korean - TOPIK ขั้นต่ำ Level 2

แต่หากน้อง ๆ ไม่มีคะแนนการสอบวัดระดับภาษาต้องมีผลการเรียนที่โดดเด่นในภาษานั้น ๆ และควรใส่ผลงาน/รางวัลที่เกี่ยวกับภาษาที่ 3 แทนค่ะ


ข้อกำหนดพอร์ตของคณะ BC
  1. กำหนด Template ให้ใช้ ไม่ต้องออกแบบเอง

  2. กำหนดไม่เกิน 4 หน้ากระดาษ โดยที่ต้องประกอบไปด้วย 3 อย่างนี้

  • ประวัติส่วนตัว 1 หน้า

  • Statement of Purpose (SOP) 1 หน้า

  • Awards/Certificates ไม่เกิน 2 หน้า

เทคนิคการทำ Portfolio
  1. ประวัติส่วนตัว

น้อง ๆ ต้องเขียนประวัติตัวของเรา เช่นชื่อ อายุ โรงเรียน เพื่อบอกให้กรรมการรู้ว่าเราคือใคร โดยที่หน้านี้ควรที่จะแนบรูปด้วยนะคะ


2. Statement of Purpose (SOP)


SOP เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ พี่อยากให้น้อง ๆตั้งใจเขียน เพราะถึงแม้ผลงานดีแค่ไหน แต่เขียน SOP ไม่ดีก็มีโอกาสไม่ติดสูงมาก โดยที่ SOP ที่ดีควรมี 4 สิ่งนี้

  • ประวัติตัวเรา (ชื่อ และโรงเรียน)

  • เหตุผลทำไมอยากเข้าคณะนี้

  • ใน 3-5 ปีข้างหน้ามีเป้าหมายอย่างไร

  • เราจะทำอะไรให้กับคณะ BC ได้บ้าง

แนะนำว่าให้ List ออกมาก่อนว่าจะเขียนอะไรและ Plan การเขียนก่อนเขียนจริง หลังจากนั้นควรตรวจทานเรื่องการสะกด และแกรมม่าค่ะ


3. ผลงาน/รางวัล (Awards/Certificates)


ผลงานใส่ Portfolio มีความสำคัญเช่นเดียวกัน เพราะผลงานที่โดดเด่นก็จะสามารถช่วยเพิ่มคะแนนให้น้อง ๆ ได้ โดยที่ผลงาน รางวัล หรือใบเกียรติบัตรค่าย จิตอาสา ควรที่จะเกี่ยวข้องกับคณะ


ผลงานที่ควรใส่ใน Portfolio

  • Business and Management Skills หรือผลงานที่แสดงความสามารถของน้อง ๆ ในด้านการจัดการและธุรกิจ

  • Language and Culture หรือผลงานที่แสดงทักษะภาษาและกิจกรรมด้านวัฒนธรรมต่าง ๆ

  • Green Living and Sustainability หรือผลงานที่แสดงถึงการอนุรักษ์โลกและสิ่งแวดล้อม

  • The World of Digital Communication and Technology หรือผลงานเกี่ยวกับด้านเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่น้อง ๆ มีโอกาสได้ประดิษฐ์หรือได้เข้าร่วม

ดังนั้นน้อง ๆ ควรวางแผนให้ดีว่าเราต้องการกี่ผลงานโดนจัดผลงานตามประเภทด้านบน เติมด้านที่ขาด และควรใส่รูปที่เห็นเราในกิจกรรมนั้น เช่น รูปที่เห็น action ของเราว่าเรากำลังทำอะไร และใต้ภาพต้องเขียนคำบรรยายด้วยนะคะ


คำบรรยายรูปภาพในพอร์ต

  • วันที่เข้าร่วมกิจกรรม (Date/ Duration of activity)

  • ชื่อของกิจกรรม (Subject related)

  • สถานที่ (Place of event)

  • ชื่อผู้จัดกิจกรรม (Event Organizer)

  • ประเภทของกิจกรรม (Type of Event) แบ่งออกเป็น Local, Regional, National, International

  • ประเภทของผู้เข้าร่วม (Type of participant) แบ่งออกเป็น Participant, Competitor with, First Prize, Second Prize, and others

  • คำบรรยายกิจกรรม (Description)

คำแนะนำจากพี่คือน้อง ๆ ควรเขียนให้คำบรรยายผลงานสอดคล้องกับคณะให้มากที่สุดในช่อง Description และตรวจสอบให้ดีว่าไม่มีจุดให้แก้ ก่อนยื่นจริงค่ะ


อยากติด BC TU ห้ามพลาด! รีวิวเพียบ สอบติดยกคลาส 100%









Comments


bottom of page