top of page

BALAC CU คืออะไร เรียนอะไรบ้าง? อักษร จุฬาฯ อินเตอร์ เข้ายากจริงมั้ย? เตรียมตัวสอบ BALAC CU ยังไงดี?

Updated: Sep 1, 2023


BALAC เรียนอะไรบ้าง? เตรียมตัวยังไง?
สวัสดีค่า Blog นี้จะพาทุกคนไปรู้จักกับ อีกหนึ่งคณะยอดฮิตของรั้วจุฬาฯ นั่นคือ BALAC CU หรืออักษรศาสตร์ ภาคอินเตอร์นั่นเอง ซึ่งใน Blog นี้ พี่แบงค์ TUTORRUS จะมาช่วยแนะนำน้อง ๆ ในฐานะรุ่นพี่เกียรตินิยมจาก BALAC, หนึ่งในทีมพัฒนาหลักสูตร BALAC CU ที่น้อง ๆ จะได้ใช้เข้าเรียนในมหา'ลัย และที่สำคัญเป็นติวเตอร์ติวสอบตรงเข้า BALAC เฉพาะทางที่สถาบัน TUTORRUS ถ้าพร้อมแล้ว ไปตอบ Q&A คำถามยอดฮิตสำหรับคนอยากเข้า BALAC กันเลย!

- BALAC คืออะไร


BALAC คือ Bachelor of Arts in Language and Culture หรือเอกวัฒนธรรมศึกษา หลักสูตรนานาชาติของคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สิ่งที่เรียนคือเรียนการความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยต่าง ๆ ในสังคมและความเชื่อมโยง/สื่อสารกันทางความคิดในสังคมครับ


อาจจะฟังดูหลักลอยและจับต้องยาก แต่ว่าถ้าได้ลองมาเรียนจะรู้ว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ เลยนะ เราจะได้รู้ว่าสังคมมีคนที่ลำบากเรื่องไม่เหมือนกับเรา มีโครงสร้างทางสังคมที่เราใช้ชีวิตกันอยู่เป็นปรกตินี่แหละที่มันไปกดทับและเบียดเบียนคนบางกลุ่มให้เขาหลุดออกจากภาพหลักของสังคมไป ทั้งคนที่เป็นคนผิวสี LGBTQIA+ คนต่างชาติต่างภาษาและอื่น ๆ อีกมากมาย แล้วเราจะไปเอาความเข้าใจทางสังคมพวกนี้มาจากไหนดี ก็อ่านจากนิยาย วรรณคดี เพลง อาหาร บทกวี ประวัติศาสตร์ ละคร หนัง ฯลฯ ต่าง ๆ เหล่านี้แหละ จะมีวิชาที่คัฟเวอร์อะไรพวกนี้หมดเลย เป็นแบบทฤษฎีเชิงลึกด้วยนะ ถ้าใครสนใจแนวนี้รับรองว่าเปรมแน่นอนครับ


หลายคนอาจจะถามว่า “อ้าวพี่แบงค์ ไหนว่าอักษร เรียนภาษาไง” 55555555


อันนี้มันก็ใช่ครับ คือภาษามันก็เป็นรากฐานของสิ่งที่กล่าวมาข้างบนนี้เนอะ แต่อยากให้เรียกว่า อักษรเรียนการสื่อสารมากกว่า เพราะสุดท้ายเป้าหมายของภาษาก็คือการส่งสาร ส่งผ่านความคิดในศีรษะของเราไปสู่สิ่งมีชีวิตอีกหนึ่งสิ่ง แต่ก็แล้วแต่ว่าจะสื่อสารออกมายังไงเนอะ อันที่ง่ายที่สุดน่าจะเป็นภาษา อย่างแบบ พวกกลอน กาพย์ นิราศ จนกระทั่งถึงเพลง ถึงอาหาร อะไรพวกนี้มันก็มีความหมายฝาก มีความลุ่มลึกทางวัฒนธรรมอยู่ในตัวมันเอง เรียน ๆ อักษรไปเค้าก็จะสอนให้มองให้ลึกลงไปในความหมายอะไรพวกนี้ อาจจะฟังดูลิเกแต่พี่ว่ามันมีความ romantic อยู่นะ ความสามารถในการเข้าใจอะไรอย่างลึกซึ้งมาก ๆ แบบเราก็จะมองอะไรลึกกว่าอื่น ๆ ที่ไม่ได้เรียนด้านนี้มาอยู่บ้างพอสมควร


ความทรงจำเดียวที่จำได้แม่นคืออ่าน Brokeback Mountain ที่เป็นเรื่องของหนุ่มคาวบอยสองคนที่กิ๊กกัน ทั้งคู่มีเมียอยู่แล้ว เพราะความที่สั่งคมไม่ยอมรับความเป็นเกย์อะไรอย่างเงี้ย มันก็เลยค่อนข้างจะต้องเป็นความลับ แล้วทีนี้คนนึงก็ตาย เหมือนจะตายเพราะคนรู้ว่าเป็นเกย์นี่แหละ เลยถูกฆ่า แล้วอีกคนก็ขึ้นไปที่ห้องแล้วเข้าไปนั่งอยู่บนเตียงเงียบ ๆ แล้วลุกไปดมเสื้อ แล้วเค้าก็ร้องไห้ แล้วเราก็ร้องไห้ โอโห อินมาก 5555555555555 วิชาชื่อ Literature and Film คือเรียนเรื่องหนังสือที่เอามาทำเป็นหนัง แล้วก็เลยได้อ่านเรื่องนู้นเรื่องนี้ ซึ่งถ้าเราเป็นคนชอบอ่านหนังสืออยู่แล้วก็จะรู้ว่าบางทีเวอร์ชั่นหนังมันไม่ถึงอะไรทีหนังสือมันทำให้เรารู้สึกเนอะ ก็พบกับความอินต่าง ๆ เหล่านี้ได้ที่คณะนี้เลยจ้า



- BALAC เรียนอะไร มีกี่เอก

มีเอกเดียวครับคือวัฒนธรรมศึกษา จะเรียนตั้งแต่ ภาษา ประวัติศาสตร์ การละคร การดนตรี ไปจนถึงวิชาทฤษฎียาก ๆ เช่น Gender Studies, Postcolonial Theory, Theory of Cultural Studies ต่าง ๆ แต่ว่าวิชาที่แตกแยกไปก็คือวิชาโท ได้แก่ วิชาภาษา ปรกติแล้วจะเปิดตามจำนวนนักเรียน ตอนนี้มีนักเรียน 100 คนก็น่าจะเปิด 4 ภาษา จะมีวิชายืนพื้นสองวิชาภาษาเอเชียที่เปิดทุกปีคือจีนและญี่ปุ่น ส่วนภาษาฝั่งยุโรปอีกสองก็จะสลับไประหว่างฝรั่งเศส อิตาเลียน กะสเปน ขึ้นอยู่กับว่านิสิตเลือกวิชาไหนเยอะที่สุดครับ คลาสก็ประมาณ 25-30 คน สอนตั้งแต่เริ่มต้นเลย คือไม่ต้องมีพื้นก็มาเรียนได้ อาจจะเป็นเฉพาะญี่ปุ่นที่รับแค่คนมีพื้นมาเพราะว่าไปค่อนข้างจะไว แล้วก็ทุกวิชาโทภาษามีให้ไปซัมเมอร์หรือแลกเปลี่ยนต่างประเทศด้วยเน้อ


สำหรับคนที่อินอยากเรียนเรื่องสังคม แต่ไม่ค่อยอินภาษา คณะก็เล็งเห็นว่ามีนักเรียนแบบนี้อยู่มาก จึงได้ทำการเปิดโทใหม่ขึ้นมาสองสาย ได้แก่ Media Cultures และ Global Cultures ซึ่งจะเรียนเรื่องวัฒนธรรมเพิ่มขึ้นให้เข้มข้นขึ้นกว่าเดิมไปอีก สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเชิญที่ https://www.arts.chula.ac.th/balac/index.php/curriculum/ เลยครับ


ส่วนภาษาอังกฤษก็มีสอนให้ก่อนพอสมควรครับ มีปูฟื้นฐานการทำ Research ให้ ว่าหาข้อมูลยังไง อะไรต่าง ๆ สอนวิชาอ่าน สอนวิชาเขียนให้เทอมละตัว (สมัยพี่นะ ไม่แน่ใจว่าตอนนี้มีเพิ่มหรือยัง) เข้าไปก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเคว้งแต่อย่างใด



- BALAC เรียนยากมั้ย

ยากบ้างง่ายบ้างแล้วแต่วิชาและความถนัด (และความขยันอ่านหนังสือ 55555555)


ต้องทำใจนิดนึงว่าวิชามันค่อนข้างจะหลากหลายนะครับ

เข้ามาอาจจะไม่ได้ชอบทุกวิชา


แต่พี่เชื่อว่าถ้าตั้งใจอ่านหนังสือ หากลุ่มเพื่อนดี ๆ ช่วยกันติว มันรอดไปได้แหละ พี่เองเนี่ยเกลียดวิชาท่องจำมาก แต่ต้องเรียนประวัติศาสตร์ทุกเทอม ก็รอดมาได้เพราะเพื่อนช่วยติว ประวัติศาสตร์ชาติไทยตั้งแต่สุโขทัยยันเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 นี่ก็อัดกันมาแล้ว ประวัติศาสตร์ยุโรปตั้งแต่ Holy Roman Empire ถึงสงครามโลกครั้งที่สองก็พยายามมาแล้วครับ บอกเลยว่าไม่ยากเกินเอื้อม จริง ๆ มันสนุกมาก ๆ เลยนะ แถมยังมีวีดีโอสอนบน Youtube แบบเต็มสูบ ไม่เก็ทตรงไหนหาดูเองก็ยังได้!

- BALAC จบไปทำอะไรได้


เป็นคำถามโลกแตกแหละเนอะสำหรับสายอักษร พี่มองว่า การที่เราไม่ต้องเรียนความรู้ที่มัน fixed มันจะทำให้เรามีอิสระมากขึ้น เพราะเราเองก็ไม่รู้ว่าอีกห้าปี สิบปี เราจะอยากได้อะไรเหมือนเดิมไหม เพราะงั้นการที่เราเรียนวิชาที่ให้ความรู้แบบกว้าง ๆ (ในกรณีที่เราไม่ได้มีแพชชั่นอะไรเฉพาะเจาะจง) มันก็น่าจะช่วยให้ทางเลือกของเราเปิดกว้างขึ้นนะครับ

เพราะงั้น บอกเลยว่าทำได้ทุกอย่างงงงงงงงงงงงง


มีใครทำอะไรแล้วไม่ต้องพูดไม่ต้องเจอคนบ้าง 5555555 เป็นได้ทุกอย่างเลย

ถ้าเอาใช้ภาษาก็ติวเตอร์ ไกด์ เที่ยวรอบโลกก็ยังได้ แถมยังมีบริษัทที่พร้อมจะรับเราเข้าไปทำงาน “ออฟฟิศ” ที่ต้องใช้ภาษาที่สามพร้อมเงินเดือนสตาร์ทแบบเร้าใจเด็กจบใหม่ด้วยนะ ใครสนใจหลังไมค์มาถามได้ 55555555


แต่ใครคิดว่าจบอักษรใครจะรับเข้าทำงาน อันนี้บอกเลยว่าไม่จริงครับ

หางานได้แน่นอน แต่ต้องตั้งใจเรียนนะ!

- อยากเข้า BALAC ต้องเตรียมตัวไง

ใครที่ไม่ชอบอ่านหนังสือก็พยายามไปชอบซะครับ 555555555555 พี่มีวิธีมองแบบนี้ หนังสือมันก็เหมือนหนังเนอะ เหมือนซีรีย์ส ที่มันพยายามจะสื่อสารกับเรา พยายามจะเล่าเรื่องให้เราฟังแหละ การที่เราอ่านหนังสือ มันก็เหมือนกับเรากระโจนเข้าไปอยู่ในโลกอีกใบ เหมือนกับตอนที่เราเข้าไปเป็น Spiderman ไปเป็น Captain America เป็น Black Panther หนังสือก็เหมือนกัน เราก็ได้เป็นตัวละครเอกในเรื่องที่เราชอบ เข้าไปเข้าใจอะไรที่เขาเข้าใจ เข้าไปสัมผัสอะไรที่เขาสัมผัส เราสามารถเริ่มอ่านจากนิยายก่อนได้ หรือหนังสือการ์ตูนก็ยังได้ อ่านเข้าไปเยอะ ๆ อ่านดะไปเรื่อย ๆ ครูพี่เคยพูดไว้ว่า ให้เราอ่านหนังสือไปให้หมด หนังสือดี หนังสือเลวยังไงก็คือหนังสือ อ่านเข้าไปยังไงก็มีข้อดีมากกว่าข้อเสีย และข้อดีของการที่เราได้เริ่มอ่านจากนิยายก็คือ มันอ่านง่ายกว่า ทำให้เราไม่ย่อท้อเวลาเห็นจำนวนหน้า ถ้าเวลาอ่านประวัติศาสตร์เล่มหนา ๆ งี้ก็คิดเสียว่าเป็นนิยายเรื่องยาว เล่าเรื่องทวีปโน้นสู้กับทวีปนี้ไปเรื่อยแบบไม่ได้สรุปมาให้เราว่าใครเป็นพระเอกใครเป็นผู้ร้าย มันก็จะสนุกไปอีกแบบนึง

นอกเหนือจากนั้น สำหรับใครที่ชอบดูหนังดูซีรีย์สฟังเพลงอยู่แล้ว จะได้เปรียบมาก ๆ เพราะเวลาเราเรียนวิเคราะห์สื่อ ก็จะได้วิเคราะห์ภาพยนตร์ วิเคราะห์ Music Video วิเคราะห์ซีรีย์สเกาหลี (เอาจริง มีเพื่อนเขียนเรื่อง Coffee Prince ไปส่งก็ได้ A มาแล้วเด้อ) ที่สำคัญคือเราต้องรู้ว่าอะไรพวกนี้มันสร้างขึ้นมาเลียนแบบชีวิตจริงอะเนอะ เราก็จะได้เรียนรู้ว่า เอ้อ คนที่สร้าง เขาต้องมีภาพว่าชีวิตจริงมันต้องประกอบไปด้วยสิ่งใดบ้าง แล้วเราก็ค่อย ๆ ไปแกะความคิดของเขาออกมาว่าทำไมเขาจึงต้องมองว่าชีวิตจริงต้องมีอะไรแบบนี้ เช่น ทำไมทุกเรื่องมี romantic storyline การมีคู่ครอง การมีความรักเป็นแก่นสาร เป็นสารัตถะของชีวิตหรือเปล่า หรือว่าสังคมมันประกอบสร้างให้เราต้องไปวิ่งไล่ไขว่คว้าหามาให้ได้เพื่อจะขายอะไรให้กับเราสักอย่างหนึ่ง เป็นการชวนคิดจากการดูหนังดูละคร ประมาณนี้นั่นเอง


สุดท้ายนี้ ทุกแนวทางในการเตรียมตัวสอบเข้า ได้รวบรวมไว้ให้หมดแล้วในคอร์สติวสอบเข้า BALAC CU by TUTORRUS ครับ ครบ จบ ในคอร์สเดียวหมดแล้ว ทั้งตรวจ SOP, Essay Writing, Reading, Interview พวกพี่ ๆ เตรียมพร้อม ช่วยส่งน้อง ๆ สอบติดแน่นอน (สถิติ สอบติด 100% ยกคลาสมาแล้ว)

อยากสอบติด คลิกดูรีวิวและคอร์สปัง ๆ ของเราได้ที่ภาพนี้เลย!

ขอให้ทุกคนโชคดีในการสอบ แล้วมาเป็นเด็ก BALAC CU ด้วยกันนะครับ :)



Comments


bottom of page