top of page

BAS TU เรียนอะไร? จบมาทำอะไร? เกณฑ์สอบมีอะไรบ้าง?

Updated: Jun 23, 2023


BAS TU คือคณะอะไรของมธ. ? เรียนอะไร ? จบมาทำอะไรได้บ้าง ?

เมื่อพูดถึง BAS TU น้อง ๆ หลายคนคงคุ้นชื่อกับคณะนี้กันบ้าง เพราะ BAS TU เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในโครงการของคณะศิลปศาสตร์ ภาคอินเตอร์ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมไม่น้อยไปกว่าสาขาอื่น ๆ เลยค่ะ ยิ่งสำหรับใครที่สนใจด้านภาษาอังกฤษ รวมไปถึงประเทศอังกฤษ (สหราชอาณาจักร) และสหรัฐอเมริกา โครงการ BAS TU น่าจะตอบโจทย์น้อง ๆ เลยค่ะ ใครที่อยากรู้จัก BAS TU ให้มากขึ้นว่าเรียนเกี่ยวกับอะไร? จบไปทำงานอะไรได้บ้าง? รวมไปจนถึงเกณฑ์การสอบเข้าทุกรอบของ BAS TU (BAS Requirement) ครั้งนี้พี่แน๊ต TUTORRUS จะมาสรุปทุกประเด็นให้น้อง ๆ กันค่ะ พร้อมแนะนำเทคนิคสอบติด BAS TU ใครพร้อมแล้วไปดูกันเลยค่า



ทำความรู้จัก BAS TU

เริ่มจากการทำความรู้จัก BAS TU ให้มากขึ้นดีกว่าค่ะ… BAS TU หรือชื่อเป็นการทางว่า The British and American Studies ถือเป็นส่วนหนึ่งของคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยโครงการนี้จะเรียนที่ศูนย์ท่าพระจันทร์ ถือเป็นอีกคณะยอดฮิตของน้อง ๆ ที่สนใจทางด้านภาษาเเละวัฒนธรรมเลย เพราะน้อง ๆ จะได้เรียนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ รวมถึงการเมืองการปกครองของประเทศอังกฤษ (สหราชอาณาจักร) และสหรัฐอเมริกา เหมือนไปอยู่ประเทศนั้น ๆ มาเลย นอกจากนี้โครงการ BAS TU ยังเปิดโอกาสให้น้อง ๆ เลือกฝึกงานอีกด้วย ถือเป็นการเปิดโอกาสและเรียนรู้สะสมประสบการณ์ที่ดีเลยค่ะ



จบ BAS มาทำงานอะไรได้บ้าง

หากน้อง ๆ จบ BAS TU มา แน่นอนว่าจะมีทักษะภาษาอังกฤษติดตัวไป ทั้งด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียน เรียกได้ว่าครบทุกทักษะการสื่อสารเลย นอกจากนี้ยังมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความรู้ความเข้าใจในประเทศอังกฤษและประเทศอเมริกามากมายแน่นอนค่ะ ซึ่งจะนำไปใช้ประยุกต์ต่อยอดในการทำได้หลากหลายอาชีพมาก เพราะ 2 ประเทศนี้ ถือเป็นผู้นำของโลกมาหลายยุคสมัย น้อง ๆ ที่จบไปจะมีแนวคิดใหม่ ๆ วิธีการมองและวิเคราะห์ที่เรียกได้ว่าเปิดกว้างกว่าคนอื่น ๆ แน่นอน ทำให้สามารถประกอบอาชีพได้หลากหลายมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็น นักแปล อาจารย์ แอร์โฮสเตส นักวิชาการ ทำงานในบริษัทระหว่างประเทศ หรือในสายงานราชการน้อง ๆ ก็สามารถทำงานในกระทรวงการต่างประเทศ หรือ สถานทูต ได้อีกด้วยค่ะ



BAS TU มีกี่รอบ

โดยปกติ BAS TU จะเปิดโอกาสให้น้อง ๆ ได้ยื่นสมัครทั้งหมด 3 รอบ ได้แก่

  1. รอบ Inter Portfolio

  2. รอบ Inter Admission 1

  3. รอบ Inter Admission 2

โดยในแต่ละรอบจะต้องใช้คะแนนภาษาอังกฤษตามที่ BAS TU กำหนด ซึ่งในแต่ละรอบจะใช้ไม่เท่ากันค่ะ ต้องระวังดี ๆ ว่าคะแนนที่ยื่นไปถึงเกณฑ์ไหม ไม่อย่างนั้นแล้วจะมีโอกาสโดนตัดสิทธิ์ได้เลยนะคะ อย่าพลาดเด็ดขาดนะคะทุกคนนน


เล่ามาถึงตรงนี้แล้ว เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่า รอบไหน ต้องใช้คะแนนอะไร สอบอะไรบ้าง จะได้ไปวางแผนการเตรียมสอบได้อย่างถูกต้องค่า



BAS TU Inter Portfolio

สำหรับรอบ Inter Portfolio สิ่งที่น้อง ๆ จะต้องใช้ในการสมัครสอบ (BAS Requirement) จะมีดังนี้ค่ะ

  1. ระดับการศึกษา 1) กำลังศึกษาใน ม.6 หรือสำเร็จการศึกษา ม.6 (เด็กซิ่ว) มีผลการเรียนเฉลี่ยระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า โดยเกรดเฉลี่ย (GPAX) ตั้งแต่ 3.00 เป็นต้นไป 2) เทียบเท่า ม.6 ในส่วนนี้พี่จะขอยกตัวอย่างเช่น GED นะคะ ซึ่งหากเป็นการสอบเทียบแบบ GED น้อง ๆ จะต้องมีคะแนนรวมกันทั้ง 4 วิชา ไม่น้อยกว่า 660 คะแนน และในแต่ละวิชาต้องห้ามต่ำกว่า 165 คะแนน

  2. คะแนนภาษาอังกฤษ น้อง ๆ สามารถเลือกสอบภาษาอังกฤษ 1 อย่าง ได้ตามที่น้อง ๆ ถนัดเลยค่ะ โดยสำหรับในรอบ Inter Portfolio จะมีเกณฑ์ดังต่อไปนี้ 1) SAT Verbal (Evidence-Based Reading & Writing) ≥ 400 2) IELTS ≥ 6.5 3) TOEFL (iBT) ≥ 80 4) TU-GET (PBT) ≥ 550 5) TU-GET (CBT) ≥ 70

  3. Portfolio ในรอบนี้นอกจากจะต้องยื่นคะแนนภาษาอังกฤษแล้ว น้อง ๆ จะต้องยื่น Portfolio ด้วย ซึ่งในส่วนของ Portfolio นั้น ทางโครงการ BAS TU มีข้อกำหนดว่า น้อง ๆ จะต้องมีประสบการณ์อย่างน้อย 1 อย่าง จากใน 2 อย่างด้านล่างนี้ค่ะ 1) เคยเข้าร่วมโครงการศึกษาแลกเปลี่ยน ณ ต่างประเทศ (ไม่น้อยกว่า 6 เดือนขึ้นไป) ในระดับ ม.ปลาย 2) เคยได้รับรางวัลจากการแข่งขันระดับชาติ หรือ นานาชาติที่เกี่ยวข้องกับภาษาอังกฤษ หรือ ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประเทศอังกฤษหรือประเทศสหรัฐอเมริกา


อยากติดรอบ Inter Portfolio

แต่!! ยังไม่ได้เริ่มทำ Portfolio / มี Portfolio แล้วแต่ไม่มั่นใจ

ห้ามพลาดกับคอร์ส Portfolio


หลังจากสมัครสอบไปแล้ว ทางโครงการทำการคัดเลือกและประกาศผลคนที่ผ่านการคัดเลือกในส่วนของ Portfolio และใครที่ผ่านการคัดเลือก Portfolio แล้ว ก็จะต้องเจอการสอบอีก 1 ด่าน นั่นก็คือ การสัมภาษณ์ (Interview) ซึ่งเป็นการตัดสินรอบสุดท้าย โดยคำถามส่วนใหญ่จะมาจากเนื้อหาใน Portfolio เพราะฉะนั้นจำเป็นมาก ๆ ที่จะต้องเตรียมเนื้อหาใน Portfolio ให้ดี เพราะถ้าเตรียมมาไม่ดี จะส่งผลถึงการสัมภาษณ์ไปด้วย และถ้าไม่ผ่านสัมภาษณ์ น้อง ๆ ก็ต้องเตรียมตัวยื่นรอบอื่นเลยค่ะ


สัมภาษณ์จะง่ายหรือยาก ขึ้นอยู่กับเนื้อหา Portfolio ด้วย

สำหรับการสมัครสอบ BAS TU รอบ Inter Portfolio จะเหมาะกับน้อง ๆ ที่มีผลงานและประสบการณ์ตามที่โครงการต้องการ แต่พี่แนะนำให้เพิ่มเติมว่าหากน้อง ๆ คนไหนไม่มีประสบการณ์ที่ตรงเป๊ะ ๆ แต่ว่าพอมีประสบการณ์ใกล้เคียงกับที่ทางโครงการระบุมา ก็สามารถลองยื่นสมัครสอบรอบ Inter Portfolio ได้ช่นกันค่ะ


ใครที่สนใจสอบรอบนี้ ควรรีบเตรียมคะแนนภาษาอังกฤษให้พร้อม ควบคู่ไปกับการทำ Portfolio ได้เลย!

ในความคิดเห็นส่วนตัว พี่ก็จะแนะนำให้น้อง ๆ ที่อยากเข้า BAS TU ลองสมัครยื่นรอบ Inter Portfolio ด้วย เพราะการแข่งขันจะไม่สูงเท่ารอบ Inter Admission และก็ยังเพิ่มโอกาสในการสอบติดของน้อง ๆ ด้วย เพราะยังไงก็ตามหากพลาดรอบนี้ไปแล้ว ก็ยังมีรอบ Inter Admission แต่สำหรับน้อง ๆ คนไหนที่จะยื่นรอบนี้ พี่ก็อยากให้ทำเต็มที่ และห้ามชะล่าใจเด็ดขาด เพราะถ้าผ่านการคัดเลือกรอบ Portfolio ไปแล้ว แต่เนื้อหาใน Portfolio ยังไม่ค่อยดี ก็จะมีผลกับการสัมภาษณ์เหมือนกัน



รีบ UP คะแนนภาษาอังกฤษ

ให้พร้อมสอบ BAS TU รอบ Inter Portfolio



BAS TU Inter Admission 1,2

มาต่อกันที่ รอบ Inter Admission 1 และ รอบ Inter Admission 2 โดยทั้ง 2 รอบนี้จะใช้เกณฑ์คะแนนภาษาอังกฤษเท่ากันเลยค่ะ แต่ว่ารอบ Inter Admission 1 จะรับจำนวนมากกว่ารอบ Inter Admission 2 พี่เลยแนะนำว่าควรสอบตั้งแต่รอบ Inter Admission 1 จะดีกว่าค่ะ แต่ในรอบนี้จะไม่ใช่น้อง ๆ ทุกคนที่จะมีโอกาสได้สัมภาษณ์ น้องที่มีโอกาสได้สัมภาษณ์จะต้องสอบผ่านในส่วนของ Written Exam หรือข้อเขียนก่อน


สำหรับรอบ Inter Admission 1 และ รอบ Inter Admission 2 คุณสมบัติของน้อง ๆ ที่สมัครจะต้องมีดังนี้ค่ะ

  1. ระดับการศึกษา 1) กำลังศึกษาใน ม.6 หรือสำเร็จการศึกษา ม.6 (เด็กซิ่ว) มีผลการเรียนเฉลี่ยระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า โดยเกรดเฉลี่ย (GPAX) ตั้งแต่ 2.50 2) เทียบเท่า ม.6 ในส่วนนี้พี่จะขอยกตัวอย่างเช่น GED เช่นเดียวกับรอบ Inter Portfolio โดยเกณฑ์จะเหมือนกับรอบ Inter Portfolio เลย ก็คือจะต้องมีคะแนนรวมกันทั้ง 4 วิชา ไม่น้อยกว่า 660 คะแนน และในแต่ละวิชาต้องห้ามต่ำกว่า 165 คะแนน

  2. คะแนนภาษาอังกฤษ สำหรับคะแนนภาษาอังกฤษจะสามารถเลือกสอบได้เหมือนกับรอบ Inter Portfolio เลยค่ะ แต่ว่าจะแตกต่างกันที่คะแนนขั้นต่ำที่ต้องใช้ โดยในรอบ Inter Admission 1 และ รอบ Inter Admission 2 จะมีเกณฑ์ดังต่อไปนี้ 1) SAT Verbal ( evidence based reading & writing ) ≥ 350 2) IELTS ≥ 6.0 3) TOEFL (iBT) ≥ 61 4) TU-GET (PBT) ≥ 500 5) TU-GET (CBT) ≥ 61

  3. การสอบข้อเขียนหรือ Written Exam ในรอบ Inter Admission นี้ส่วนที่แตกต่างก็คือจะไม่ต้องใช้ Portfolio แล้ว แต่จะเป็นการสอบโดยให้เขียน Essay ซึ่งโจทย์ในแต่ละปีจะออกแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับข่าวหรือกระแสในช่วงนั้น รอบนี้จึงสำคัญทั้งความรู้รอบตัว ความรู้เกี่ยวกับประเทศอังกฤษและอเมริกาในประเด็นต่าง ๆ รวมถึงทักษะการเขียน Essay ค่ะ ถ้าน้อง ๆ มีความพร้อมทั้งคะแนนภาษาอังกฤษ ความรู้รอบตัว และทักษะการเขียน Essay รับรองว่าไม่พลาดค่ะ ผ่านไปสัมภาษณ์แน่นอน

  4. การสอบสัมภาษณ์ หากสอบผ่านข้อเขียนหรือ Written Exam แล้ว น้อง ๆ จึงจะมีสิทธิ์ในการเข้าสอบสัมภาษณ์ โดยที่การสัมภาษณ์จะคล้ายในรอบแรก แต่เนื่องจากไม่มี Portfolio แล้ว คำถามเลยจะเปลี่ยนแนว เป็นการถามเกี่ยวกับตัวน้อง ๆ ซึ่งคำตอบของน้อง ๆ ก็อาจจะส่งผลต่อในคำถามข้อต่อ ๆ ไปค่ะ


รอบ Inter Admission น้ำหนักคะแนนจะไปอยู่ที่การสอบข้อเขียน (Written Exam)

ดังนั้นสิ่งที่พี่จะเน้นย้ำมาก ๆ ว่าจะต้องมีเพื่อเพิ่มโอกาสสอบผ่านในขั้นแรกก่อนก็คือ ทักษะการเขียน Essay แบบ Academic Writing, ความรู้รอบตัวเกี่ยวกับประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา จากนั้นเมื่อผ่านด่านข้อเขียนแล้ว ค่อยไปเตรียมตัวเพิ่มเติมในส่วนของทักษะการสื่อสารเพื่อสอบสัมภาษณ์


เตรียมเขียน Essay ให้มั่นใจกับคอร์ส Ultimate Writing

ด้วยเทคนิคการเขียนแบบ Academic Writing

และสูตรลับเฉพาะของ TUTORRUS


รีวิว BAS TU TUTORRUS

 

คำถามยอดฮิต สอบอังกฤษตัวไหนดีกว่า?

จริง ๆ คะแนนภาษาอังกฤษทุกประเภทจะถูกนำไปคิดเป็นคะแนนที่อัตราส่วนเท่ากัน สามารถเลือกสอบได้ตามความถนัดเลยค่ะ แต่โดยส่วนตัว พี่แนะนำเป็น TU-GET PBT หรือ IELTS ค่ะ


สำหรับ TU-GET PBT ด้วยตัวข้อสอบที่เน้นไปทาง Structure หรือ Grammar และ Reading ทำให้น้อง ๆ หลายคนน่าจะคุ้นเคยในการทำข้อสอบมากกว่า อีกทั้ง TU-GET PBT ยังสามารถใช้ยื่นกับธรรมศาสตร์ได้อีกหลายคณะทั้งภาคไทยและภาคอินเตอร์อีกด้วย เรียกได้ว่า สอบรอบเดียวแต่ยื่นแบบกวาดหมดทุกที่ได้เลยค่า ที่สำคัญค่าสอบยังสบายกระเป๋าตังมากที่สุดเมื่อเทียบกับการสอบภาษาอังกฤษแบบอื่น ๆ อีกด้วย และรอบสอบก็เปิดหลายรอบต่อเดือน ซึ่งโดยปกติจะมีให้เลือกทั้งแบบสอบ on-site และ online ด้วยค่ะ


ในส่วนของ IELTS จะยากกว่า TU-GET PBT ตรงที่ต้องสอบหลายทักษะ เพราะต้องสอบทั้งการฟัง พูด อ่าน และเขียน แต่เนื่องจาก IELTS เป็นข้อสอบที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล จึงทำให้น้อง ๆ สามารถใช้คะแนนยื่นเข้ามหาวิทยาลัยทั่วโลกได้ หากน้อง ๆ มีความสนใจจะยื่นมหาวิทยาลัยอื่น ๆ นอกเหนือจากธรรมศาสตร์ด้วย คะแนนสอบ IELTS ก็ถือเป็นอีกตัวเลือกที่ดีค่ะ

 

พี่สรุปความต่างในแต่ละรอบของ BAS TU มาช่วยให้น้อง ๆ ตัดสินใจว่าตัวเองเหมาะกับรอบไหน จะได้ตัดสินใจ วางแผน เตรียมพร้อม แล้วลุยกันเลยยย



อยากติด BAS TU ต้อง TUTORRUS

การันตีด้วยรีวิวจริงจากน้อง ๆ และสถิติสอบติดจริงทุกปี

ประสบการณ์การสอนมากกว่า 15 ปี พร้อมคลังข้อสอบเก่าเพียบ!


บทความที่เกี่ยวข้อง
955 views
bottom of page